ญี่ปุ่นเอาจริง! ดีเดย์บังคับใช้ ใบสั่งสีฟ้า คุมเข้มจักรยาน ฝ่าฝืน 3 ข้อหานี้ปรับทันทีสูงสุด 12,000 เยน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น เริ่มบังคับใช้ระบบ "ใบสั่งสีฟ้า" (Blue Ticket) สำหรับผู้ขับขี่จักรยานที่ทำผิดกฎจราจรทั่วประเทศแล้วตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อหวังลดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยผู้ขับขี่ที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป หากขับขี่ด้วยความประมาทหรือเป็นอันตราย จะต้องเผชิญกับโทษปรับเทียบเท่ากับการขับรถยนต์
เหตุผลที่ต้องมี "ใบสั่งสีฟ้า"
แม้สถิติอุบัติเหตุทางถนนในญี่ปุ่นโดยรวมจะลดลง แต่อุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับจักรยานยังคงทรงตัวอยู่ที่ราว 70,000 ครั้งต่อปี ที่น่าสนใจคือ กว่า 70% ของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเกิดจากการทำผิดกฎจราจรของฝ่ายจักรยานเอง ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นมีการออก "ใบสั่งสีแดง" สำหรับความผิดทางอาญา แต่ในทางปฏิบัติมักจบลงที่การสั่งไม่ฟ้อง ทำให้การเอาผิดผู้ฝ่าฝืนไม่เด็ดขาดพอ ระบบ "ใบสั่งสีฟ้า" จึงถูกนำมาใช้เพื่ออุดช่องโหว่นี้ โดยครอบคลุมความผิดจราจรที่ค่อนข้างเล็กน้อย 113 ประเภท เช่น การซ้อนท้าย, การกางร่มหรือใส่หูฟังขณะปั่น และการไม่เปิดไฟในเวลากลางคืน
ทั้งนี้ หากได้รับใบสั่งสีฟ้าและชำระค่าปรับที่สถาบันการเงินเรียบร้อยแล้ว คดีจะถือเป็นที่สิ้นสุดและไม่มีประวัติอาชญากรรมติดตัว แต่หากละเลยไม่ชำระค่าปรับ จะถูกดำเนินคดีทางอาญาต่อไป
"3 ข้อหาหนัก" ที่จะโดนใบสั่งสีฟ้าทันที
โดยปกติแล้ว ตำรวจจะเน้นการตักเตือนก่อนเป็นอันดับแรก และจะออกใบสั่งในกรณีที่ผู้ขับขี่ไม่เชื่อฟังหรือทำผิดซ้ำซ้อนจนเกิดอันตราย แต่สำหรับความผิด 3 ข้อหานี้ เจ้าหน้าที่สามารถ ออกใบสั่งสีฟ้าได้ทันที ได้แก่
1. ใช้สมาร์ทโฟนขณะขับขี่: โทษปรับ 12,000 เยน (กรณีติดมือถือไว้กับที่ยึดหน้ารถ หากตำรวจพบว่ามีการละสายตามา "จ้อง" หน้าจอขณะรถวิ่ง ก็ถือว่ามีความผิดเช่นกัน)
2. ขับขี่จักรยานที่ไม่มีเบรก: โทษปรับ 5,000 เยน
3. ฝ่าฝืนจุดตัดทางรถไฟที่มีไม้กั้นลงมาแล้ว: โทษปรับ 7,000 เยน
การปั่นจักรยานบน "ทางเท้า" ผิดกฎหมายหรือไม่?
ตามกฎหมายจราจรของญี่ปุ่น จักรยานคือ "ยานพาหนะขนาดเบา" ซึ่ง ต้องวิ่งชิดซ้ายของพื้นผิวถนนเป็นหลัก การฝ่าฝืนขึ้นไปปั่นบนทางเท้าจะเข้าข่าย "การละเมิดช่องทางสัญจร" มีโทษปรับ 6,000 เยน อย่างไรก็ตาม กฎหมายได้กำหนดข้อยกเว้นไว้ดังนี้
1. เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี และผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป
2. จุดที่มีป้ายอนุญาตให้จักรยานใช้ทางเท้าได้
3. กรณีที่ถนนอันตรายเกินไป หรือมีการจราจรหนาแน่นจนไม่สามารถปั่นได้อย่างปลอดภัย
หากตำรวจพบเห็นการปั่นบนทางเท้า จะไม่ได้แจกใบสั่งทันที แต่จะเน้นการจับกุมผู้ที่ปั่นด้วยความเร็วสูงจนเป็นอันตรายต่อคนเดินเท้า หรือผู้ที่ไม่ยอมปฏิบัติตามคำเตือนของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากสถิติปีที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่ากว่า 50% ของอุบัติเหตุระหว่างจักรยานกับคนเดินเท้า เกิดขึ้นบนทางเท้าและทางม้าลาย
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
ศ.ดร.โทซากิ ฮาจิเมะ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายการคมนาคม จากมหาวิทยาลัยเจเอฟ โอเบอร์ลิน (J.F. Oberlin University) ให้ความเห็นทิ้งท้ายว่า "นอกเหนือจากการกวดขันอย่างเป็นธรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว การสร้างความเข้าใจผ่านโรงเรียนและร้านขายจักรยานเป็นสิ่งสำคัญมาก และที่ขาดไม่ได้เลยคือ การลงทุนจัดระเบียบโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อแยกพื้นที่ของคนเดินเท้าและจักรยานออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อความปลอดภัยของทุกคน"
ที่มา : https://news.yahoo.co.jp/articles/ce8095be08ad8a0def499a41661d13a18dac4f4b
