รวบผู้ต้องหาหญิงไทย เอี่ยวคดีแม่บังคับลูกวัย 12 ค้ากามในญี่ปุ่น
ตำรวจญี่ปุ่นรวบตัวหญิงไทยวัย 38 ปี ในฐานะผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีบังคับเด็กหญิงไทยอายุ 12 ปีค้าบริการทางเพศในร้านนวดแฝงย่านบุงเคียว กรุงโตเกียว โดยพบหลักฐานเป็นประวัติการแชทกับแม่เด็ก ตำรวจเชื่อว่าหญิงคนดังกล่าวทำหน้าที่เป็นนายหน้าจัดหาคน แต่เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ
กรมตำรวจนครบาลโตเกียว ได้ทำการจับกุม นางสาวภัคภร พูนศิริปัญญา (ชื่อภาษาไทยเป็นการถอดเสียงจากอักษรคาตาคานะ (プンシリパンヤー・パカポーン)) อายุ 38 ปี สัญชาติไทย ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตเนริมะ กรุงโตเกียว ในข้อหาละเมิดกฎหมายสวัสดิการเด็ก โดยตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดหาพนักงานให้กับร้านนวดที่ลักลอบค้าประเวณี
การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการขยายผลในคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกทลายร้านที่อ้างว่าเป็น "ร้านนวดห้องส่วนตัว" ในย่านยูชิมะ เขตบุงเคียว โดยร้านดังกล่าวถูกกล่าวหาว่าบังคับให้เด็กหญิงชาวไทย ซึ่งในขณะนั้นมีอายุเพียง 12 ปี ให้บริการทางเพศแก่ลูกค้าชายเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2023
จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าเด็กหญิงผู้เสียหายถูกมารดาแท้ๆ พาเดินทางมายังประเทศญี่ปุ่นเมื่อปลายเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ก่อนจะถูกทิ้งไว้ที่ร้านดังกล่าวและถูกบังคับให้รับงานค้าประเวณี
เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า แม่ของเด็กเคยทำงานที่ร้านแห่งนี้มาก่อนในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน และหลังจากที่ลาออกไปชั่วคราว ได้มีการส่งข้อความทางโซเชียลมีเดียหานางสาวภัคภร เพื่อขอกลับมาทำงานอีกครั้ง โดยมีข้อความระบุว่า "ฉันอยากกลับมาทำงาน โดยจะพาอีกคนมาทำด้วย" ซึ่งตำรวจสันนิษฐานว่า "อีกคน" ที่กล่าวถึงคือลูกสาววัย 12 ปีนั่นเอง
เบื้องต้น นางสาวภัคภร ซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านแห่งอื่นในโตเกียว ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่า "ยอมรับว่าเคยทำหน้าที่คล้ายนายหน้าแนะนำคนให้ร้านดังกล่าวจริง แต่ทำถึงแค่ช่วงก่อนฤดูร้อนปีที่แล้วเท่านั้น ตอนนี้ตนเลิกยุ่งเกี่ยวกับร้านนั้นแล้ว จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้"
อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจนครบาลโตเกียวเชื่อว่า นางสาวภัคภร ทำหน้าที่เป็นเอเย่นต์หรือนายหน้าจัดหาพนักงานมาแล้วกว่า 30-40 คน ซึ่งรวมถึงเด็กหญิงผู้เสียหายรายนี้ด้วย และกำลังเร่งสอบสวนขยายผลเส้นทางการเงินและการติดต่ออย่างละเอียด
สำหรับความคืบหน้าทางฝั่งประเทศไทย แม่ของเด็กหญิงรายนี้ได้ถูกตำรวจไทยจับกุมแล้วในข้อหาค้ามนุษย์และข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยทางตำรวจญี่ปุ่นจะประสานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยเพื่อสืบสวนสอบสวนคดีนี้ให้ถึงที่สุด
ที่มา : https://news.web.nhk/newsweb/na/na-k10015026961000