นายกฯ ญี่ปุ่นปล่อยวาทะเด็ดจากผ่าพิภพไททันกลางเวทีโลก ด้านเรตติ้งพุ่งทะยาน 75%
นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีหญิงของญี่ปุ่น ได้สร้างความประหลาดใจให้กับผู้เข้าร่วมงานประชุมสุดยอด FII PRIORITY Asia Summit ที่กรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ด้วยการใช้ Soft Power ขั้นสุดยอดในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากซาอุดิอาระเบีย จนกลายเป็นไวรัลไปทั่วโซเชียล
ในระหว่างการขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษเพื่อเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มทุนจากตะวันออกกลาง นายกฯ ทาคาอิจิ ได้กล่าวบนเวทีด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่นเป็นภาษาอังกฤษว่า "Just shut your mouths. And invest everything in me" (หุบปาก แล้วทุ่มเงินลงทุนทั้งหมดมาที่ฉันซะ!)
ประโยคดังกล่าวเป็นการหยิบยกคำพูดจากมังงะและอนิเมะชื่อดังระดับโลกอย่าง "Attack on Titan" (ผ่าพิภพไททัน)" โดยเป็นฉากที่ "เอเรน เยเกอร์" ตัวเอกของเรื่องได้ตะโกนลั่นขึ้นมาด้วยความเดือดดาล ขณะกำลังถูกไต่สวนในชั้นศาล
การเลือกใช้ประโยคนี้ถือว่าเป็นการเดินหมากที่ชาญฉลาดและทำการบ้านมาเป็นอย่างดี เนื่องจากซาอุดิอาระเบียเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญและชื่นชอบอนิเมะญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดิอาระเบีย ผู้ทรงเป็นประธานกองทุน Public Investment Fund (PIF) ก็ทรงมีความสนพระทัยในอุตสาหกรรมเกมและอนิเมะอย่างเปิดเผย
นอกจากนี้ นายกฯ ทาคาอิจิยังกล่าวทิ้งท้ายว่า "Japan is back. Invest in Japan." (ญี่ปุ่นกลับมาแล้ว มาลงทุนในญี่ปุ่นเถอะ) ซึ่งเป็นวาทะอมตะที่อดีตนายกฯ อาเบะ ชินโซ เคยพูดไว้ที่อเมริกาเมื่อปี 2013 เพื่อประกาศว่าญี่ปุ่นกลับมาสู่เวทีโลกแล้ว
ปฏิกิริยาภายในงานเต็มไปด้วยเสียงปรบมือและรอยยิ้มจากบรรดานักลงทุนซาอุฯ ซึ่งประทับใจในการผสมผสานวัฒนธรรมป๊อปคัลเจอร์เข้ากับวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจที่ดุดันตามสไตล์ของนายกฯ ทาคาอิจิ
อีกทั้งนักวิเคราะห์ยังมองว่า การที่นายกฯ ทาคาอิจิ กล้าใช้ถ้อยคำที่ดูดุดันในเชิงบวกบนเวทีระดับโลก สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจในศักยภาพของตลาดหุ้นและเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่กำลังฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง พร้อมส่งสัญญาณว่าญี่ปุ่นพร้อมแล้วที่จะเป็นผู้นำในเวทีโลกอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน จากการสำรวจความคิดเห็นล่าสุดโดย TV Tokyo ร่วมกับ Nikkei Shimbun ประจำเดือนพฤศจิกายน (ประกาศผลต้นเดือนธันวาคม 2025) พบว่า รัฐบาลของนายกฯ ทาคาอิจิ ยังคงได้รับความนิยมอย่างท่วมท้น โดยมีคะแนนสนับสนุนสูงถึง 75% เพิ่มขึ้น 1 จุดจากการสำรวจครั้งก่อนในเดือนตุลาคม และยังคงรักษาระดับความนิยมที่สูงในระดับประวัติการณ์ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ในขณะที่สัดส่วนผู้ที่ "ไม่สนับสนุน" รัฐบาลลดลง 1 จุด เหลือเพียง 18% เท่านั้น
เมื่อสอบถามถึงเหตุผลที่สนับสนุนรัฐบาลชุดนี้ คำตอบยอดนิยม 3 อันดับแรก ได้แก่ "บุคลิกภาพที่น่าเชื่อถือ" (37%), "มีความเป็นผู้นำ" (34%) และ "นโยบายที่ดี" (30%) ส่วนเหตุผลหลักของกลุ่มที่ไม่สนับสนุน (35%) ระบุว่าเป็นเพราะ "เป็นรัฐบาลที่มาจากพรรค LDP" (เหตุผลด้านขั้วการเมือง)
ประเด็นที่น่าสนใจจากการสำรวจครั้งนี้คือ ความคิดเห็นของประชาชนต่อนโยบายเศรษฐกิจหลักของนายกฯ ทาคาอิจิ ที่เรียกว่า "Responsible Active Fiscal Policy" (นโยบายการคลังเชิงรุกอย่างมีความรับผิดชอบ) โดยมีประชาชนถึง 69% มองว่านโยบายนี้จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น ขณะที่มีเพียง 15% ที่มองว่าจะส่งผลเสีย
แม้คะแนนนิยมจะสูงลิ่ว แต่ประชาชนยังคงฝากการบ้านสำคัญให้รัฐบาลเร่งจัดการ โดยเรื่องที่ถูกโหวตให้เป็นวาระเร่งด่วนอันดับแรกคือ "มาตรการรับมือสินค้าราคาแพง" (55%) ตามมาด้วย "การเติบโตทางเศรษฐกิจ" (32%) และ "สวัสดิการสังคม/บำนาญ" (28%)
ทางด้านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 21.3 ล้านล้านเยนที่เพิ่งออกมานั้น มีประชาชน 35% เชื่อว่าจะช่วยคุมเงินเฟ้อได้จริง ในขณะที่ 40% ยังคงไม่แน่ใจในผลลัพธ์
ที่มา :
https://news.yahoo.co.jp/articles/9e1d611ade2bb28044281aa202c1f96a78525370
https://news.yahoo.co.jp/articles/3293a8eee2a1f87c9f3c3c21f3c340f14132f89e