ศาลสั่ง Cloudflare ชดใช้ 500 ล้านเยนแก่ 4 สำนักพิมพ์ญี่ปุ่น ฐานสนับสนุนเว็บอ่านมังงะเถื่อน
ศาลแขวงโตเกียวสั่งตัดสินให้ Cloudflare บริษัทผู้ให้บริการโครงข่ายอินเทอร์เน็ตรายใหญ่จากสหรัฐฯ ชดใช้ค่าเสียหายกว่า 500 ล้านเยน (ประมาณ 110 ล้านบาท) แก่ 4 สำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ฐานให้การสนับสนุนเว็บไซต์อ่านมังงะละเมิดลิขสิทธิ์
ศาลแขวงโตเกียวได้มีคำสั่งให้ Cloudflare ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้ง 4 ราย โดยแบ่งเป็นยอดชำระให้แก่ Kodansha (โคดันฉะ), Shueisha (ชูเอฉะ) และ Shogakukan (โชกาคุคัง) รายละ 126.5 ล้านเยน และชำระให้แก่ Kadokawa (คาโดคาวะ) อีกจำนวน 121.4 ล้านเยน ซึ่งเมื่อรวมดอกเบี้ยผิดนัดแล้ว ยอดรวมจะอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านเยน
ในการต่อสู้คดี Cloudflare พยายามโต้แย้งขอลดหย่อนค่าเสียหาย โดยอ้างว่าบริษัทไม่มีเจตนาหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดลิขสิทธิ์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ศาลได้ปัดตกข้ออ้างดังกล่าว โดยระบุว่าไม่มีเหตุอันควรให้ลดความรับผิดชอบ เนื่องจากจำเลยเพิกเฉยไม่ยอมระงับการให้บริการระบบ Content Delivery Network (CDN) ทั้งที่สามารถกระทำได้ในทางเทคนิค
คดีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากการดำเนินคดีกับเว็บไซต์มังงะเถื่อน 2 แห่ง ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม "3 เว็บมังงะเถื่อนยักษ์ใหญ่" ในช่วงปี 2021 ที่ในช่วงพีคเคยมียอดเข้าชมรวมกันสูงถึง 300 ล้านครั้งต่อเดือน และมีการละเมิดลิขสิทธิ์มังงะกว่า 4,000 เรื่อง หรือกว่า 120,000 ตอน
จากการสืบสวนพบว่าเว็บไซต์เหล่านี้ใช้บริการ CDN ของ Cloudflare เพื่อกระจายข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลก ซึ่งช่วยให้หน้าเว็บโหลดได้รวดเร็วและรองรับผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลได้ นอกจากนี้ ฝั่งสำนักพิมพ์ยังชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่สำคัญของ Cloudflare ที่อนุญาตให้ผู้ใช้งานทำสัญญาได้โดยมีขั้นตอนการตรวจสอบยืนยันตัวตนที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ผู้ดูแลเว็บเถื่อนสามารถปกปิดตัวตนที่แท้จริงและดำเนินกิจการละเมิดลิขสิทธิ์จากต่างประเทศได้อย่างอิสระ
คดีความยืดเยื้อมาจากการที่สำนักพิมพ์ทั้ง 4 ได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยัง Cloudflare มาตั้งแต่ปี 2020 แต่กลับถูกเพิกเฉย จึงนำไปสู่การฟ้องร้องในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2022
ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในคดีนี้คือการวางบรรทัดฐานใหม่ทางกฎหมาย โดยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 ศาลได้ระบุแนวทางไว้ว่า "หากผู้ให้บริการไม่ระงับการเผยแพร่เนื้อหาภายใน 1 เดือนหลังได้รับแจ้ง จะถือว่ามีความผิดฐานละเมิดสิทธิ์" ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของคำตัดสิน
ในส่วนของการเรียกค่าเสียหาย แม้ว่าเดิมทีสำนักพิมพ์จะประเมินมูลค่าความเสียหายไว้สูงมหาศาล (ระหว่าง 140 ล้าน ถึง 3,800 ล้านเยน) จากการคำนวณสถิติคนเข้าเว็บเทียบกับราคาหนังสือจริงของผลงานตัวอย่าง แต่ในการฟ้องร้องจริง กลุ่มโจทก์ได้เลือกฟ้องแบบบางส่วน เพื่อเรียกค่าเสียหายที่ชัดเจนประมาณ 460 ล้านเยน ซึ่งศาลก็ได้พิพากษาให้ตามคำร้องขอนั้น ส่วนคำร้องขอให้ศาลสั่งปิดเว็บไซต์ได้ถูกถอนออกไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2023 เนื่องจากเว็บเถื่อนต้นเรื่องได้ปิดตัวลงไปแล้ว
หลังทราบผลคำตัดสิน ตัวแทนสำนักพิมพ์ทั้ง 4 ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันโดยเน้นย้ำว่า การเพิกเฉยต่อการแจ้งเตือนอย่างเหมาะสมและทันท่วงที คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Cloudflare ต้องรับผิดทางกฎหมาย พร้อมระบุว่าคำตัดสินนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคที่เว็บเถื่อนมักซ่อนตัวตนและใช้บริการ CDN จากต่างประเทศ โดยหวังว่าคดีนี้จะเป็นก้าวแรกในการป้องปรามการนำเทคโนโลยี CDN ไปใช้ในทางที่ผิดในอนาคต
ที่มา : https://news.yahoo.co.jp/articles/45b5a2fa6f5d2975fe2c31b7ebeaa1db3e93bdf7