ญี่ปุ่นทลายแก๊งยาเสพติด ยึดกัญชาล็อตประวัติศาสตร์กว่า 1 ตันจากเวียดนาม มูลค่าทะลุ 5.2 พันล้านเยน
ทางการญี่ปุ่นประกาศความสำเร็จในการทลายเครือข่ายลักลอบค้ายาเสพติดข้ามชาติครั้งใหญ่ สามารถยึดของกลางเป็นกัญชาแห้งน้ำหนักกว่า 1 ตัน ที่ซุกซ่อนมาในตู้คอนเทนเนอร์จากประเทศเวียดนาม ถือเป็นการยึดยาเสพติดในครั้งเดียวครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บสถิติเมื่อปี 1951
ตามรายงานจากหน่วยงานปราบปรามยาเสพติด สังกัดกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น ระบุว่า กัญชาล็อตประวัติศาสตร์นี้ถูกตรวจพบครั้งแรกโดยศุลกากรโตเกียว เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ในตู้คอนเทนเนอร์บนเรือบรรทุกสินค้าที่เดินทางออกจากท่าเรือดานัง ประเทศเวียดนาม และมาถึงยังท่าเรือกรุงโตเกียว
ของกลางถูกซุกซ่อนอย่างแนบเนียนในกล่องกระดาษ 200 กล่อง ปะปนมากับสินค้าที่สำแดงว่าเป็น "ถ่านไม้" กว่า 1,500 กล่อง เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ โดยกัญชาล็อตดังกล่าวมีมูลค่าในตลาดมืดสูงถึงประมาณ 5.2 พันล้านเยนเลยทีเดียว
ภายหลังการตรวจพบ หน่วยปราบปรามยาเสพติดได้ใช้ยุทธวิธีสืบสวนที่เรียกว่า "Live Controlled Delivery" หรือการเฝ้าติดตามของกลางไปตลอดเส้นทางโดยไม่มีการสับเปลี่ยน เพื่อขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดทั้งเครือข่าย โดยเจ้าหน้าที่ได้สะกดรอยตามตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าวจากท่าเรือโตเกียว ไปจนถึงลานเก็บวัสดุแห่งหนึ่งในจังหวัดโทจิงิ ก่อนจะเข้าแสดงตัวและทำการจับกุมผู้ต้องหาชาวเวียดนาม 3 ราย ที่มารอรับของกลาง
เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสามถูกตั้งข้อหาลักลอบนำเข้ากัญชาเพื่อการค้า และถูกควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ทางการเชื่อว่ามีองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติขนาดใหญ่อยู่เบื้องหลัง และกำลังเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายทั้งหมด
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ยาเสพติดที่น่ากังวลในญี่ปุ่น โดยผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ญี่ปุ่นได้กลายเป็นตลาดเป้าหมายสำคัญของขบวนการค้ายาเสพติด เนื่องจากราคากัญชาในตลาดมืดของญี่ปุ่นสูงกว่าในต่างประเทศถึง 5 เท่า ขณะเดียวกัน การใช้กัญชาในกลุ่มเยาวชนญี่ปุ่นก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยสถิติเมื่อปีที่แล้วพบว่า กว่า 70% ของผู้ที่ถูกจับกุมในคดีกัญชาเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 30 ปี ซึ่งนับเป็นการตอกย้ำถึงความท้าทายที่รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังเผชิญในการต่อสู้กับปัญหายาเสพติดทั้งจากการลักลอบนำเข้าและการแพร่ระบาดภายในประเทศ
ที่มา :
https://www3.nhk.or.jp/news/html/20250813/k10014893051000.html
https://news.yahoo.co.jp/articles/72b50ace78b6dcb1b1302a7ccb42ce82b55ebd61