
นีงาตะ
จังหวัดนิงาตะตั้งอยู่ภาคกลางส่วนเหนือ เป็นจังหวัดที่หันออกไปทางทะเลญี่ปุ่น มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศ
ภูมิภาคจูบุ ตั้งอยู่ในใจกลางเกาะฮอนชูที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ประกอบด้วย 9 จังหวัด ได้แก่ นีงาตะ, โทยาม่า, อิชิคาว่า, ฟุกุอิ, ยามานาชิ, นากาโน่, กิฟุ, ชิสึโอกะ, ไอจิ ภูมิภาคจูบุเป็นภูมิภาคที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย อาทิ เช่น เทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น, ลานเล่นสกี, หมู่บ้าน Shirakawago ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก และสถานที่ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกมากมาย
ศาลเจ้าเคฮิ ด้วยความเคารพของคนท้องถิ่นจึงเรียกวัดนี้ว่า “Kei-Sai”สร้างเพื่ออุทิศให้กับเทพเจ้าของทางหลวง Hokuriku เสาทั้งเจ็ดต้นเป็นสัญลักษณ์ของเทพเจ้าเจ็ดองค์ ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาลเจ้าของชาวประมง คนจะมาขอพรให้การเก็บเกี่ยวได้ผลผลิตดี ปกป้องรักษาทะเลและให้จับปลาได้เยอะ และมีน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้ชีวิตยืนยาว
วัดเออิเฮจิ เป็นหนึ่งในวัดหลักของพระพุทธศาสนาเซนนิกายโซโตะ เป็นวัดเก่าแก่และมีชื่อเสียงเรื่องการปฏิบัติ ทุกวันนักบวชฝึกหัดจะต้องหันหน้าเข้ากำแพงนั่งสมาธิ และทำงานต่างๆ ในวัด (อย่างมีสติ) วัดนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องอาคารต่างๆ ที่ทั้งสวยงาม ใหญ่โตวิวทิวทัศน์บริเวณรอบๆ วัด ขึ้นชื่อมากอยู่ 2 ฤดูกาลด้วยกัน หนึ่งคือช่วงใบไม้แดง สองคือช่วงฤดูหนาว
ผาโทยินโบะ หน้าผาริมทะเลญี่ปุ่นรูปร่างคล้ายเสาหินอันเกิดจากแม็กมาที่ประทุขึ้นมาแล้วเย็นตัวลงที่ผ่านคลื่นลมมาเป็นเวลาหลายล้านปีซึ่งเป็นทัศนียภาพแปลกตาที่มีอยู่เพียงสามแห่งในโลกเท่านั้น โดยจุดที่สูงที่สุดของผาแห่งนี้ เรียกว่า Ōike (大池・おおいけ)
ปราสาทมารุโอกะ เป็นที่รู้จักกันตั้งแต่ช่วงสงครามรัฐและหอคอยปราสาทเป็นที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดาที่มีอยู่ในปัจจุบัน แม้ว่าจะมีขนาดเล็ก แต่ภูมิทัศน์ทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในบรรดาคนที่รักประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีต้นซากุระอยู่มากมาย เป็นอีกหนึ่งจุดชมซากุระที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นจนเป็นสถานที่จัดงาน Hanami หรืองานเทศกาลชมดอกซากุระกันด้วย ในตอนหัวค่ำจะมีการเปิดไฟตามต้นซากุระ ทำให้สวยงามแปลกตามากยิ่งขึ้นด้วย
น้ำตกอิจิโจดาคิ เป็นน้ำตกสีขาวสูง 12 เมตรในที่เงียบสงบบนที่ราบเชิงเขา น้ำตกนี้เป็นที่รู้จักกันในฐานะสถานที่ซึ่งไทโช พระชูเก็นโดที่มีชื่อเสียงในสมัยนารา สักการะบูชาเทพฮะคุซัง ไดกนเก็น และสร้างวัดโจเคียวจิ (Joukyouji) ขึ้นอีกทั้งยังกล่าวกันว่าเป็นสถานที่ซึ่งโคจิโร่ ซาซากิ (Kojiro Sasaki) นักดาบผู้มีชื่อเสียงในศตวรรษที่ 16 ได้ทำการคิดค้นการฟันดาบเป็นของตัวเองที่เรียกว่า ซึบาเมะกาเอชิ
สวนอาสุกะยามะ เป็นสวนเก่าแก่ เป็นสวนที่ขึ้นชื่อว่ามีซากุระงามมีพื้นที่สีเขียวมาก คนญี่ปุ่นนิยมไปปิคนิค ในช่วงเวลาปกติจะเป็นที่พักผ่อนสำหรับคนท้องถิ่นมากกว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่พอถึงฤดูใบไม้ผลิ ที่สวนแห่งนี้มีต้นซากุระมากกว่า 650 ต้นจึงทำให้เป็นอีกจุดที่คนโตเกียวนิยมจะมานั่งปิคนิค พักผ่อนใต้ต้นซากุระกัน และในตอนกลางคืนจะมีการเปิดไฟส่องต้นซากุระด้วย
เคยเป็นเมืองเก่าที่สำคัญซึ่งเชื่อมต่อระหว่างเขตวาคาสะกับเกียวโต ในยุครุ่งเรืองที่สุดนั้นเคยมีที่พักกว่า200หลัง แต่ต่อมาทางหลวงสายนี้ก็ได้ถูกเลิกใช้ไปตามกาลเวลา แม้จะเลิกใช้งานไปแล้วแต่ตัวอาคารก็ยังอยู๋ในสภาพเดิมมาตั้งแต่สมัยเอโดะจนมาถึงสมัยโชวะ และในตอนนี้ได้รับเลือกให้เป็นเขตอนุรักษ์อาคารทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ในปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จะให้คุณได้ไปเดินเชิลๆชมบ้านเรือนสไตล์ญี่ปุ่นในอดีตภายใต้ชื่อ "Miketsukuni Wakasa (มิเก็ตสึคุนิ วาคาสะ) และ Saba-kaido
เป็นปราสาทลอยฟ้า เป็นปราสาทประเภท Hirayamajiro (ปราสาทบนเขาลูกเล็ก) มีความสูง 249 เมตร โดยการพัฒนาเมืองโอโนะนั้นได้ถูกออกแบบผังเมืองให้ใกล้เคียงกับเกียวโตมากที่สุด จนได้ชื่อว่า Little Kyoto แบบในปัจจุบัน
เป็นพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่ได้รับการยกย่องให้ติดอันดับต้นๆ และมีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและถือได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์วิจัยและศึกษาไดโนเสาร์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เป็นแหล่งให้ความรู้เกี่ยวกับไดโนเสาร์แล้วที่นี่ยังเป็นศูนย์กลางการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับไดโนเสาร์ และบริเวณใกล้ๆ กับพิพิธภัณฑ์ ซึ่งห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตรจากพิพิธภัณฑ์จะเป็นพื้นที่ที่ใหญ่และอุดมสมบูรณ์ที่สุดและยังเป็นไซต์ที่ขุดพบฟอสซิลไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดและสมบรูณ์ที่สุดในญี่ปุ่น