ญี่ปุ่นประกาศภาวะฉุกเฉินในจังหวัดไอจิและฟุกุโอกะตั้งแต่วันที่ 12-31 พ.ค.

ญี่ปุ่นประกาศภาวะฉุกเฉินในจังหวัดไอจิและฟุกุโอกะตั้งแต่วันที่ 12-31 พ.ค.

รายละเอียดข่าวสาร
ญี่ปุ่นประกาศภาวะฉุกเฉินในจังหวัดไอจิและฟุกุโอกะตั้งแต่วันที่ 12-31 พ.ค.

  รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจประกาศภาวะฉุกเฉินในจังหวัดไอจิและจังหวัดฟุกุโอกะตั้งแต่วันที่ 12-31 พฤษภาคม เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อในจังหวัดที่ยังคงไม่ดีขึ้น

  เมื่อรวมกับ 4 จังหวัดที่ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินไปก่อนหน้านี้ ได้แก่ กรุงโตเกียว โอซาก้า เฮียวโกะ และเกียวโต ทำให้จังหวัดที่มีการประกาศภาวะฉุกเฉินได้ขยายออกเป็น 6 จังหวัดแล้ว

  นอกจากนี้ทางรัฐบาลยังได้ประกาศมาตรการป้องกันโควิด-19 ที่เข้มงวดขึ้นเพิ่มอีก 3 จังหวัด ได้แก่ ฮอกไกโด กิฟุ และมิเอะ ทำให้จังหวัดที่มีการประกาศใช้มาตรการเข้มงวดได้ขยายออกเป็น 8 จังหวัด โดยมีกำหนดการสิ้นสุดลงในวันที่ 31 พฤษภาคมเช่นกัน

  ในส่วนของยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 พฤษภคมอยู่ที่ 6,242 คน โดยกรุงโตเกียวพบอยู่ที่ 925 ราย เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้วกว่า 300 ราย สำหรับโอซาก้าพบอยู่ที่ 974 ราย และมียอดผู้เสียชีวิตรายวันในโอซาก้าสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 55 คน

  ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เริ่มมีเสียงส่วนหนึ่งเรียกร้องให้มีการประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ นอกจากนี้ทางการจังหวัดหลายแห่งยังได้เริ่มเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศใช้มาตรการเข้มงวดในจังหวัดของตนกันมากขึ้น เช่น นางาซากิ และคุมาโมโตะ

  อย่างไรก็ตามทางรัฐบาลระบุว่าไม่มีความคิดที่จะประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ โดยจะทำการพิจารณายอดผู้ติดเชื้อและความหนาแน่นของเตียงในแต่ละพื้นที่ และหากจำเป็นก็อาจทำการประกาศใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้นในพื้นที่นั้นๆ

  นอกจากนี้ทางรัฐบาลยังได้ต้องการที่จะเสริมสร้างความร่วมมือกับองค์กรและบริษัทต่างๆ เพื่อให้มีการส่งเสริมการทำงานทางไกลให้กับพนักงานมากขึ้น รวมถึงขอให้มีการเพิ่มจำนวนวันหยุดเพื่อลดจำนวนผู้คนที่ออกจากบ้านมาทำงาน และยังได้ขอความร่วมมือไปยังร้านอาหาร คลับบาร์ ตลอดจนสถานประกอบการเชิงพาณิชย์ต่างๆ ให้มีการลดเวลาทำการลง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อ


ที่มา : https://www3.nhk.or.jp/news/html/20210512/k10013025211000.html

12-05-2021
คำศัพท์น่ารู้
  • สวัสดีตอนเย็น / สายันสวัสดิ์
  • こんばんは。
    Kon ban wa