โชกาคุคัง ยอมรับผิด หลังถูกแฉปล่อยนักเขียนคดีอนาจารใช้นามปากกาบังหน้า
สำนักพิมพ์โชกาคุคัง (Shogakukan) ค่ายมังงะยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น เปิดเผยรายงานผลการสอบสวนจากคณะกรรมการอิสระอย่างเป็นทางการ ชี้ชัดว่าความผิดพลาดเชิงโครงสร้างและการปล่อยให้ฝ่ายบรรณาธิการมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ส่งผลให้เกิดการช่วยเหลือผู้ต้องหาคดีอนาจารให้กลับมารับงานเขียนมังงะเรื่องใหม่ภายใต้นามปากกาอื่น ซึ่งเข้าข่าย "ส่งเสริมและมีส่วนร่วมในการละเมิดสิทธิมนุษยชน"
ประเด็นร้อนแรงนี้เริ่มเปิดเผยสู่สาธารณชนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังศาลจังหวัดซัปโปโรมีคำพิพากษาให้อดีตครูโรงเรียนมัธยมปลายรายหนึ่งจ่ายเงินชดเชยจำนวน 11 ล้านเยน จากคดีล่วงละเมิดทางเพศลูกศิษย์ของตนเอง
ต่อมามีการเปิดเผยว่า อดีตครูรายดังกล่าวคือ นายยามาโมโตะ โชอิจิ เจ้าของผลงานมังงะชื่อดังเรื่อง "Daten Sakusen" บนแอปพลิเคชัน Manga One ทว่าในระหว่างที่คดีความยังอยู่ในชั้นศาล นายยามาโมโตะกลับได้รับการผลักดันให้เปลี่ยนนามปากกา เพื่อมารับหน้าที่แต่งเรื่องให้กับมังงะเรื่องใหม่ที่ชื่อว่า "Jojin Kamen"
หลังจากเรื่องราวฉาวโฉ่ถูกตีแผ่ กองบรรณาธิการ Manga One จึงสั่งระงับการเผยแพร่เรื่อง "Jojin Kamen" ทันทีในเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนที่โชกาคุคังจะแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระ ซึ่งนำโดย นายอิโต้ โทชิฮิโกะ อดีตอธิบดีอัยการกุมสำนักงานอัยการสูงสุดโอซาก้า เข้ามารับหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมด
รายงานการสอบสวนความยาวหลายหน้าระบุถึงข้อบกพร่องร้ายแรงหลายประการ อาทิ
• การปกปิดตัวตน : การเปิดโอกาสให้นักเขียนใช้ชื่ออื่นทำงานต่อไป ทำให้สังคมไม่ทราบว่าเป็นบุคคลเดียวกัน ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและไม่ได้ช่วยเยียวยาผู้เสียหายอย่างที่ควรจะเป็น
• การโอนเงินและเสนอโปรเจกต์ : บรรณาธิการผู้ดูแลยังคงจ่ายค่าต้นฉบับให้นายยามาโมโตะอย่างต่อเนื่องแม้ผลงานเดิมจะหยุดพักไป รวมถึงช่วยเสนอแนวคิดโปรเจกต์ใหม่ และเข้าไปมีส่วนร่วมกับการเจรจายอมความในคดีความอย่างจริงจัง
• โครงสร้างองค์กรล้มเหลว : โชกาคุคังให้ความสำคัญกับ "สิทธิการบรรณาธิการ" มากเกินไป จนทำให้ฝ่ายบริหารระดับสูงและฝ่ายจัดการ (เช่น ฝ่ายกฎหมาย) ไม่กล้าเข้ามาแทรกแซงหรือตรวจสอบการทำงานของกองบรรณาธิการ
นอกจากนี้ รายงานยังสืบค้นพบปัญหาเพิ่มเติมในนิตยสาร "Weekly Post" ของสำนักพิมพ์เดียวกัน ที่มีเจ้าหน้าที่กองบรรณาธิการใช้อำนาจที่เหนือกว่าเรียกร้องทางเพศที่ไม่เหมาะสมต่อคู่ค้าทางธุรกิจอย่างซ้ำซาก สะท้อนให้เห็นว่าช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนภายในองค์กรขาดประสิทธิภาพอย่างหนัก
หลังการเปิดเผยรายงาน ทางสำนักพิมพ์โชกาคุคังได้ออกแถลงการณ์น้อมรับข้อผิดพลาด โดยระบุว่า "บริษัทน้อมรับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในรายงานอย่างจริงจัง และพร้อมจะเผชิญหน้ากับความรับผิดชอบนี้" พร้อมเตรียมประกาศมาตรการป้องกันการเกิดเหตุซ้ำและบทลงโทษทางวินัยของฝ่ายบริหารต่อไป
ทางด้าน นางสาวยาโมริ อายูมิ กรรมการบริหารจาก Owls Consulting Group ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ให้มุมมองทิ้งท้ายว่า "รายงานฉบับนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่มองหาคนผิดรายบุคคล แต่จี้ลงไปที่ปัญหาเชิงโครงสร้างของค่ายมังงะ โดยเฉพาะข้อสรุปที่ว่า "ต่อให้ฝ่ายบรรณาธิการจะมีสิทธิในการสร้างสรรค์งานเพียงใด ก็ไม่อาจนำมาอ้างเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในการเคารพสิทธิมนุษยชนขององค์กรได้" ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งสำคัญไปถึงอุตสาหกรรมสื่อทั้งหมด"
ที่มา : https://news.yahoo.co.jp/articles/c67719fdd3504714bdc08050066d369883946d89
