สึดะ เคนจิโร่ นักพากย์ชื่อดัง ยื่นฟ้อง TikTok ปมใช้ AI เจนเสียงสร้างรายได้
คุณสึดะ เคนจิโร่ (Tsuda Kenjiro) นักพากย์ระดับแถวหน้าของญี่ปุ่น เจ้าของเสียงพากย์อันเป็นเอกลักษณ์อย่าง "นานามิ เคนโตะ" จากอนิเมะชื่อดัง "มหาเวทย์ผนึกมาร" (Jujutsu Kaisen) ได้ยื่นฟ้องร้องต่อศาล เพื่อดำเนินคดีกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม TikTok ในข้อหาปล่อยให้มีการใช้ Generative AI โคลนเสียงของตนไปใช้สร้างรายเด็ดโดยไม่ได้รับอนุญาต
ชนวนเหตุของคดีในครั้งนี้ เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2025 โดยคุณสึดะพบว่ามีบัญชีผู้ใช้ TikTok รายหนึ่ง ได้โพสต์วิดีโอเล่าเรื่องสยองขวัญและเกร็ดความรู้ทั่วไปรวมกว่า 188 คลิป ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2024 ถึงปลายปี 2025 โดยคลิปทั้งหมดใช้เสียงบรรยายที่สร้างจาก AI ซึ่งเลียนแบบโทนอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของคุณสึดะอย่างชัดเจน
บัญชีดังกล่าวสามารถทำยอดผู้ติดตามได้สูงถึง 210,000 คน และมียอดเข้าชมเฉลี่ยสูงถึง 1.47 ล้านครั้งต่อวิดีโอ ส่งผลให้ผู้โพสต์สามารถสร้างรายได้จากระบบ Creator Rewards ของ TikTok ได้สูงถึง 500,000 - 750,000 เยนต่อเดือน (ประมาณ 115,000 – 170,000 บาท)
ทางด้านทนายของคุณสึดะ จึงได้ยื่นข้อเรียกร้องให้ TikTok ลบวิดีโอที่ละเมิดทั้งหมด โดยอ้างสิทธิ์ตาม กฎหมายป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และ สิทธิ์ในการแสวงหาประโยชน์จากชื่อเสียงและอัตลักษณ์ พร้อมทั้งนำหลักฐานสำคัญอย่างความคิดเห็นของผู้ชมที่ต่างเข้ามาคอมเมนต์ใต้คลิปในทิศทางเดียวกันว่า "นี่คือเสียงของสึดะ เคนจิโร่" มาเป็นข้อพิสูจน์ว่าเสียง AI ดังกล่าวส่งผลให้สาธารณชนเข้าใจผิด
ในทางกลับกัน ฝั่งผู้ให้บริการ TikTok ได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้ยกฟ้อง โดยให้ปฏิเสธความคล้ายคลึงและข้ออ้างเรื่องการโคลนเสียง โดยระบุว่า เสียงบรรยายที่ปรากฏในคลิปเป็นเพียง "เสียงผู้ชายทั่วไป" ไม่ได้มีลักษณะเฉพาะเจาะจงถึงคุณสึดะ นอกจากนี้ยังอ้างข้อมูลจากผู้โพสต์ว่า AI ตัวนี้ถูกเทรนมาจากเสียงของเพื่อนบนเว็บไซต์ภายนอก ไม่ใช่การจงใจเลียนแบบ
ปัจจุบัน คดีนี้ผ่านกระบวนการไกล่เกลี่ยแบบปิดมาแล้ว 3 ครั้ง และกำลังจะเข้าสู่ขั้นตอน การแถลงปิดคดีด้วยวาจาครั้งแรก ในช่วงฤดูร้อนของปีนี้
นักวิเคราะห์ด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญามองว่า คดีในครั้งนี้จะกลายเป็นคดีประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น ที่จะกำหนดขอบเขตและมาตรฐานทางกฎหมายว่า "เสียงพากย์และน้ำเสียง" ของมนุษย์ โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพนักพากย์และนักร้อง จะได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายมากน้อยเพียงใด ท่ามกลางยุคสมัยที่เทคโนโลยี AI สามารถลอกเลียนอัตลักษณ์ของบุคคลได้ง่ายดายเพียงไม่กี่คลิก
ที่มา : https://news.yahoo.co.jp/articles/ada11be4a11d27d59b64707b3527c3adf7892082
