เข้าสู่ระบบ
หากคุณยังไม่มีบัญชีสามารถ สมัครสมาชิก ได้ที่นี่

กฎหมายเกี่ยวกับจักรยานฉบับใหม่ในญี่ปุ่น ปี 2026

กฎหมายเกี่ยวกับจักรยานฉบับใหม่ในญี่ปุ่น ปี 2026

กฎหมายเกี่ยวกับจักรยานฉบับใหม่ในญี่ปุ่น ปี 2026

  ประเทศญี่ปุ่นเตรียมบังคับใช้มาตรการควบคุมผู้ขับขี่จักรยานที่เข้มงวดขึ้น หรือที่เรียกกันว่า "ระบบใบสั่งสีฟ้า" (Blue Ticket) อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 เมษายน ปี 2026 เพื่อลดอุบัติเหตุจราจรที่เกิดจากจักรยาน สาเหตุสำคัญที่ทางการต้องนำมาตรการนี้มาใช้ มาจากสถิติการจับกุมผู้กระทำผิดกฎจราจรด้วยจักรยานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องทุกปี โดยข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่ามีคดีที่ถูกจับกุมสูงถึง 51,564 คดีเลยทีเดียว

1. ระบบใบสั่งสีฟ้า (Blue Ticket) และใบสั่งสีแดง (Red Ticket) คืออะไร? ระบบใบสั่งแบบใหม่นี้จะบังคับใช้กับ ผู้ขี่จักรยานที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งกระบวนการจัดการจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ระดับหลักๆ ตามความร้ายแรงของการทำผิด ได้แก่:

 • ใบสั่งสีฟ้า (Blue Ticket): สำหรับการทำผิดกฎจราจรระดับทั่วไป เมื่อได้รับใบสั่งแล้ว ผู้ทำผิดจะต้องนำใบแจ้งหนี้ไปชำระค่าปรับที่ธนาคารหรือที่ทำการไปรษณีย์ภายในกำหนดเวลา (โดยปกตินับไป 7 วันนับจากวันรุ่งขึ้น) หากชำระเรียบร้อยคดีจะถือเป็นอันสิ้นสุด และ จะไม่มีประวัติอาชญากรรมติดตัว

 • ใบสั่งสีแดง (Red Ticket): สำหรับความผิดร้ายแรง ก่อให้เกิดอันตราย หรือทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ผู้ทำผิดจะต้องเข้าสู่กระบวนการสืบสวน ถูกสั่งฟ้องเพื่อพิจารณาคดีในศาล หากศาลตัดสินว่ามีความผิด จะต้องชำระค่าปรับทางอาญาหรือรับโทษจำคุก และ จะมีประวัติอาชญากรรมติดตัว ทันที

2. อัตราค่าปรับและ "หลักการตักเตือน" สำหรับใบสั่งสีฟ้า ตำรวจญี่ปุ่นกำหนดความผิดที่เข้าข่ายโดนปรับในระบบใบสั่งสีฟ้าไว้ถึง 113 ประเภท โดยข้อหาที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน มีดังนี้:

 • ปรับ 12,000 เยน: ขี่จักรยานไปพร้อมๆ กับถือโทรศัพท์มือถือเพื่อคุย หรือมองหน้าจอสมาร์ทโฟน

 • ปรับ 7,000 เยน: ขี่ฝ่าเข้าไปในทางข้ามทางรถไฟในขณะที่ไม้กั้นกำลังลงหรือมีเสียงเตือนดังแล้ว

 • ปรับ 6,000 เยน: ขี่จักรยานฝ่าไฟแดง, ปั่นย้อนศร (ปั่นชิดขวาของถนน), ไม่หลีกทางให้คนเดินเท้าบนทางม้าลาย และการขี่บนทางเท้ากีดขวางคนเดินเท้า

 • ปรับ 5,000 เยน: ไม่หยุดรถ ณ จุดที่มีป้ายให้หยุดชั่วคราว (ป้าย 止まれ - Tomare), ขี่รถตอนกลางคืนโดยไม่เปิดไฟหน้า, ปั่นจักรยานกางร่ม, ใส่หูฟังขณะปั่น รวมถึงการใช้จักรยานที่ไม่มีเบรกหรือเบรกพัง

 • ปรับ 3,000 เยน: ขี่จักรยานตีคู่ขนานกันไปบนถนน หรือขี่ซ้อนท้ายกัน (ในกรณีที่ไม่อนุญาต)

  อย่างไรก็ตาม กฎหมายนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อจับปรับในทุกๆ ความผิดพลาดเล็กน้อยเสมอไป หากไม่ได้เป็นการกระทำผิดที่เข้าข่ายร้ายแรงหรือก่อให้เกิดอันตรายในทันที โดยหลักการแล้วเจ้าหน้าที่จะทำการตักเตือนก่อน หากผู้ปั่นไม่ยอมเชื่อฟัง หรือแสดงพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อคนเดินเท้า จึงจะถูกจับกุมหรือออกใบสั่งสีฟ้า

3. พฤติกรรมอันตรายยอดฮิต: ใช้มือถือขณะปั่น และ เมาแล้วขับ สองปัญหาใหญ่ที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งบนท้องถนนญี่ปุ่นคือ การใช้สมาร์ทโฟนขณะปั่นจักรยาน และการเมาแล้วปั่น

 • การใช้สมาร์ทโฟน: หากถือโทรศัพท์คุยหรือดูหน้าจอขณะรถเคลื่อนที่ จะโดนใบสั่งสีฟ้าปรับทันที 12,000 เยน แต่หากการเล่นมือถือนั้นก่อให้เกิดอุบัติเหตุหรือเป็นอันตรายต่อการจราจร จะถูกดำเนินคดีอาญามีโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือปรับสูงสุด 300,000 เยน

 • เมาแล้วขับ: เป็นความผิดอาญาร้ายแรงที่ได้รับ "ใบสั่งสีแดง" ทันที ผู้ที่ขี่จักรยานขณะมึนเมาจะมีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 เยน กฎหมายยังครอบคลุมไปถึงผู้ที่จัดหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ที่ให้ยืมจักรยาน หรือผู้นั่งซ้อนท้ายคนเมา ซึ่งมีโทษจำคุกและโดนปรับเช่นเดียวกัน

4. ผลกระทบต่อชาวต่างชาติและเรื่องวีซ่า สำหรับชาวต่างชาติในญี่ปุ่น การได้รับใบสั่งบ่อยๆ ไม่ได้จบแค่การเสียเงินค่าปรับ แต่ประวัติการทำผิดเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการพิจารณาของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เช่น การต่ออายุวีซ่า หรือการขอสถานะผู้พำนักถาวร (PR) นอกจากนี้ หากทำผิดกฎจราจรอันตรายซ้ำซาก (ตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปใน 3 ปี) จะต้องถูกบังคับให้เข้าอบรมหลักสูตรความปลอดภัย หากฝ่าฝืนไม่เข้าอบรมจะมีโทษปรับสูงสุดถึง 50,000 เยน

5. กฎเสริมสำหรับผู้ขับรถยนต์ (สำคัญสำหรับคนไทยที่เช่ารถขับ) มาตรการใหม่นี้ไม่ได้ควบคุมแค่จักรยานเท่านั้น แต่ผู้ขับรถยนต์ก็ต้องระวังด้วย ตั้งแต่เดือนเมษายน 2026 เป็นต้นไป หากรถยนต์ขับแซงจักรยาน จะต้องทิ้งระยะห่างด้านข้างให้ปลอดภัย อย่างน้อย 1 เมตร ถึง 1.5 เมตร หากถนนแคบจนเว้นระยะไม่ได้ ผู้ขับรถยนต์จะต้องชะลอความเร็วและขับตามหลังไป ห้ามขับแซงเบียดจักรยานเด็ดขาด หากฝ่าฝืนอาจถูกปรับสูงถึง 50,000 เยน หรืออาจมีโทษจำคุกสูงสุด 3 เดือน

6. กฎพื้นฐานอื่นๆ ที่ควรทบทวน

 • ทางเท้าไม่ใช่ที่ของจักรยานเสมอไป: จักรยานจัดเป็นยานพาหนะ จึงต้องปั่นฝั่งซ้ายของถนนเสมอ อนุญาตให้ขึ้นปั่นบนทางเท้าได้เฉพาะจุดที่มีป้ายอนุญาต, เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี, ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป หรือผู้พิการ เมื่ออยู่บนทางเท้า ต้องให้คนเดินเท้าไปก่อนเสมอ และหากคนพลุกพล่านควรลงจูง

 • สวมหมวกกันน็อก: แม้จะยังไม่มีโทษปรับสำหรับการไม่ใส่หมวก แต่ทางการรณรงค์อย่างหนักให้ผู้ปั่นทุกคนสวมหมวกกันน็อกที่ได้มาตรฐาน (เช่น เครื่องหมาย SG, CE หรือ JIS) มาตั้งแต่ปี 2023 เนื่องจากสถิติชี้ว่าผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจักรยานเกินครึ่งบาดเจ็บสาหัสที่ศีรษะ

 

บทความน่ารู้

อ่านทั้งหมด